Sunday, September 7, 2014

KM Tools Presentation


Interesting presentation topics in ICT for KM class today include 11 KM tools which are commonly used in the area of Knowledge Management. All of the contents are well-prepared and encourage students' participation and involvements. However, to make the presentation more meaningful and valuable, presenters should indicate how such tools can be applied to the "KM process" and why? This will help all of you imagine and realize when IS/thesis methodology is going to be designed in the future. Please give me your recommendations.

24 comments:

  1. KM tool : peer assist
    Peer assist มีประโยชน์อย่างมากใน KM process อย่างเช่นในช่วงแรกที่เราเริ่ม acquisition ถึงปัญหาที่เราสนใจ เราอาจจะยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน เราอาจใช้กระบวนการ Peer assist ในการขอให้ผู้ที่ทำการศึกษาด้านนี้มาก่อนเรา เป็นทีมผู้ช่วย (ทีมแบ่งปัน) ในการแบ่งปัน ถ่ายทอด และให้เราเรียนรู้ในเรื่องที่เราสนใจ ทำให้เราเห็นแนวทางและประเด็นเรื่องที่เราศึกษาชัดเจนยิ่งขึ้น ได้ Tacit knowledge จากทีมผู้ช่วย ต่อมากลายเป็น Explicit knowledge เป็นแนวทางที่ชัดเจน เราปฏิบัติได้ ซึ่งต่อมาเมื่อการศึกษาของเราดำเนินไปได้สักระยะ เราอาจจะใช้ Peer assist กับกลุ่มเดิมหรือกลุ่มใหม่ ช่วยต่อยอดการเรียนรู้ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายที่ทำงานด้วยกัน ซึ่งความรู้ต่างๆที่เราได้มา combination อาจเกิดการเป็นแนวทางใหม่ๆที่เราได้ทดลองปฏิบัติซ้ำเรื่อยๆ ในขั้น internalization ซึ่ง Peer Assist ที่เรามีก็จะช่วยให้คำแนะนำ แบ่งปันต่อยอดความรู้ (Knowledge transfer , distribution , sharing) ไปสู่แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในเรื่องที่เราสนใจ

    มารุต แก้วอินทร์ 572132015

    ปล ภาษาอังกฤษสำหรับ jing รอสักครู่นะครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. Peer Assist ในความคิดของผมน่าจะนำไปประยุกต์ใช้มากๆ ในขั้นตอน Socialization และ Combination ของ SECI Model หรือถ้าตามกระบวนการ KM Process ก็น่าจะใช้ได้ดีในช่วงของ Knowledge identification และ Knowledge sharing เพราะ Peer assist จะเปรียบเสมือนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญใน Domain ของเรา ประโยชน์จึงควรได้มากๆ ในการระบุปัญหาและความรู้ที่ต้องมี รวมถึงตอน Systemized knowledge ที่ต้องสอบถามผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง

      Delete
    2. ขอบคุณครับอาจารย์

      Delete
  2. Action Learning Sets มีการทำงานคล้าย KM Process เป็นอย่างมาก สามารถนำมาประยุกต์ใช้ใน KM Process ได้ในหลากหลายกระบวนการ เพราะมีกระบวนการทำงานที่คล้ายคลึงกัน โดยทั้งสองอย่างเน้นการ Share Knowledge จากบุคคลที่มีความสามารถ ให้กับบุคคลที่ขาดความสามารถได้ อีกทั้งบุคคลที่มีความรู้นั้นยังสมมารถช่วยชี้แนะ ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานของคนอื่นได้ด้วย เหมือนกับการดึงเอา Tacit Knowledge จะผู้มีความรู้ออกมาให้บุคคลอื่นเพื่อพัฒนาให้เป็น Explicit Knowledge ต่อไป แต่ที่แตกต่างของ Action Learning Sets คือ การได้ทดลองปฏิบัติจากความรู้ที่ได้จากการแบ่งปันนั้นเอง ทำให้เห็นผลการพัฒนาในตัวบุคคลอย่างเห็นได้ชัด มากกว่าการ Share Knowledge เพียงอย่างเดียว เพราะธรรมชาติในตัวบุคคลจะเกิดการพัฒนาความรู้ ความจำ ได้ดีจากการปฏิบัติมากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว

    วรฤทัย สัมฤทธิ์ 572132003

    ReplyDelete
    Replies
    1. Action learning หรือ การเรียนรู้จากการปฏิบัติ ผมเห็นว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับ KM process ในขั้นตอน knowledge sharing, knowledge use และ knowledge creation แต่ถ้าว่ากันในมุมมองของ SECI Model ก็อาจจะสัมพันธ์กันในทุกขั้นตอนเลยก็ว่าได้ นอกจากนั้น Action learning อาจต้องใช้เครื่องมือหรือวิธีการอื่นเข้ามาเสริมได้ด้วย เช่น Peer assist, Mentoring เป็นต้น

      Delete
  3. Communities of Practice (CoP) is one of the most important KM tools. Because we know KM process is a complicated and repeated process. So, CoP ia as a facilitator that make KM process to succeed in a organization. CoP is a KM tool to help group of people learn, share, practice and innovate the knowledge face to face and online. This series of activities are totally consistent with KM process. A successful CoP can clear purpose and create a safe and trust environment, because CoP asks members to choose group according to their own interest. Thus it can rise to members enthusiasm. No matter when and where, the members can use CoP. CoP is a easy and cheap way to achieve the KM process.
    Jing 572131001

    ReplyDelete
    Replies
    1. In KM process, knowledge sharing is one of the most important stage that people or members in an organization share their knowledge/experience and CoP is the beneficial tool to support this activity. However, CoP can be used in the knowledge identification and capture stage since shared experience should be conducted as well during the initial stage of the KM process.

      Delete
    2. Thanks a lot for your guidance.

      Delete
  4. Force Field Analysis การวิเคราะห์สนามพลัง(แรงขับ-แรงต้าน) ถือได้ว่าเป็นส่วนประกอบหนึ่งของ KM Process โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการวางแผน กำหนดนโยบาย และ การดำเนินการเปลี่ยนแปลงในองค์กร Force Field Analysis เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนแปลง ทั้งในสภาพแวดล้อมองค์กรและส่วนบุคคล โดยมีขั้นตอน คือ
    1. กำหนดการเปลี่ยนแปลง กำหนดเป้าหมายหรือวิสัยทัศน์ขององค์กรในอนาคตที่ต้องการ
    2.ระดมสมองกลุ่มแรงขับ ผู้ที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง ระดมความคิด และบันทึกในแผนภาพ
    3.ระดมสมองกลุ่มต่อต้าน ผู้ที่ไม่สนับสนุนหรือต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ระดมความคิด และบันทึกในแผนภาพ
    4.ประเมินและการควบคุม กำหนดเป็นคะแนน โดยการให้คะแนน 1 (อ่อนแอ) ถึง 5 (แข็งแกร่ง) การรวมคะแนนแบบองค์รวมจะมุ่งเน้นเกี่ยวกับผลกระทบที่แต่ละคนมี
    5.ตรวจสอบ ตัดสินใจในขณะที่มีความยืดหยุ่นบางอย่างสำหรับการเปลี่ยนแปลงหรือที่จะมีผลกระทบ
    6.Strategise สร้างกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างแรงผลักดันหรือลดลงการต่อต้านหรือทั้งสองอย่าง
    7.จัดลำดับความสำคัญขั้นตอนการดำเนิน ขั้นตอนการดำเนินการสามารถใช้เวลาที่จะได้ผลกระทบมากที่สุด ระบุทรัพยากรที่จะต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนการดำเนินการ
    การเปลี่ยนแปลงที่ประสบความสำเร็จคือความสำเร็จโดยการเสริมสร้างแรงขับหรือลดลงแรงต่อต้าน

    Jurairat Jumpajom 572132012

    ReplyDelete
    Replies
    1. แรงผลัก-แรงต้าน หรือ แรงเสริม-แรงต้าน ผมคิดว่าเป็นหลักการพื้นฐานที่มีใช้ในเชิงสังคมศาสตร์หรือจิตวิทยามานานแล้ว เพราะเป็นเรื่องปกติที่พฤติกรรมมนุษย์จะต่อต้านในสิ่งที่เคยปฏิบัติ เคยชิน คล้ายๆ กับหลักของ defensive routine ที่พวกเรากำลังเรียนอยู่ ประเด็นอยู่ที่ว่าเราจะ balancing แรงทั้งสองให้พอดีกันและส่งผลดีต่อองค์กรในระยะยาวอย่างไร อาจต้องใช้เทคนิคหรือเคร่องมืออื่นมาเช่วยเพื่อให้เกิดการ balance ตามที่ต้องการ หากเปรียบเทียบการออกนโยบายให้ทุกหน่วยงานเพิ่ม productivity โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ในมุมมองของคนเก่งหรือไม่ชอบแบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่น ก็คงมีแรงต้านมากๆ หรือในทางตรงกันข้าม คนที่เช้าชามเย็นชาม ก็อาจมีแรงต้านในอีกเหตุผลหนึ่ง เป็นต้น

      Delete
  5. Taxonomies for Documents and Folders
    อนุกรมวิธาน เป็นพื้นฐานของการแบ่งรูปแบบและระบบการจัดทำดัชนี
    เป็นเครื่องมือที่จำเป็นมากในการใช้ในชีวิตประจำวัน และในการทำ KM
    ซึ่งถ้าหากขาด Taxonomies ไปคงจะมีความวุ่นวายเป็นอย่างมาก
    ในบางครั้งที่เราใช้ Taxonomies แต่ไม่ทราบว่าเรากำลัง Taxonomies อยู่
    เนื่องจากอาจมีความเคยชินในเครื่องมือนี้อยู่แล้ว
    เพียงแต่เราไม่ทราบว่ามันเป็น Taxonomies นั่นเอง
    ดังนั้น Taxonomies จึงเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ทุกคนควรรู้จัก

    pimnada 572131003

    ReplyDelete
    Replies
    1. Taxonomy เป็นเครื่องมือที่นิยมนำไปใช้ในกระบวนการ KM อย่างมาก เนื่องจากกระบวนการการจัดการความรู้ สิ่งหนึ่งที่ต้องทำ คือ การจัดเก็บความรู้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ระบบ KMS สามารถให้บริการการเข้าถึงเพื่อให้เกิด Knowledge sharing และ Knowledge creation ได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นในขั้นตอน knowledge organization ของ KM Process จึงสามารถใช้เครื่องมือ Taxonomy ในการจัดการฐานข้อมูลความรู้ให้เป็นระบบได้ โดยเฉพาะในด้าน Education ก็มีงานวิจัยหลายบทความที่ใช้เครื่องมือนี้เช่นกัน

      Delete
  6. After   Action  Review (AAR) and Retrospectการทบทวนหลังปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนหนึ่งในวงจรการทํางาน เป็นการทบทวนวิธีการทํางานทั้งด้านความสําเร็จ และปัญหาที่เกิดขึ้นถือเป็นหัวใจหลักในการทำ km process เริ่มตั้งแต่ก่อนที่จะเริ่มทำก็ต้องมีการกำหนดเป้าหมายว่าต้องการทำเรื่องอะไร พอได้เป้าหมายแล้ว ก็เข้าสู่กระบวนการ km process ซึ่งสามารถใช้คำถาม 4 ข้อของ AARมาช่วยในการตอบคำถามต่างๆในแต่ละขั้นตอนโดยเฉพาะขั้นตอน การประมวลและกลั่นกรองความรู้ และเมื่อเกิดเกิดปัญหาจะทำอย่างไรที่จะแก้ไขปัญหานั้น ส่วน Retrospect เป็นขั้นตอนการทบทวนหลัง สุดท้ายสุดว่าสิ่งทีทำไปเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้และสำเร็จไปแค่ไหน และหลังจากการเรียนรู้ไปแล้วได้หรือไม่ได้อะไร การทำวิทยานิพนธ์ก็เช่นเดียวกันสามารถนำ aar ไปใช้ในการแต่ละบทของการทำวิทยานิพนธ์เพื่อปรับปรุงก่อนทำขั้นตอนต่อไป และหลังการทำเสร็จก็อาจทำเป็นข้อเสนอปัญหาต่างๆไว้หากต้องการนำมาปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม

    chayakron 572131002

    ReplyDelete
    Replies
    1. AAR นิยมใช้กันมากในแวดวง KM เพราะการทบทวนหลังปฏิบัติงาน เป็นการกระทำทันทีที่โครงการดำเนินการไประยะหนึ่งและเสร็จสิ้นโครงการ ประสบการณ์ที่ได้รับยังไม่ทันเลือนหายไปจาก Tacit การวิเคระห์และสังเคราะห์ความรู้จะบังเกิดผลเป็นอย่างดี เป็นบทเรียนหรือแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับการทำงานหรือโครงการในอนาคต

      Delete
  7. Virtual and Face-to-Face are really useful tools for KM process. Especially, in SECI model can be use in socialization and externalization. Sharing knowledge is one of the subjects which is impressed by such conditions. Some studies, have shown that uneven and slowed performance is likely to result when team members do not interact face-to-face (Von Krogh, Ichijo, & Nonaka, 2000).

    In gernal KM process also can be use for knowledge acquisition which help for getting knowledge from expert then can be use for knowledge transfer, distribution and sharing.

    Nathaphorn 572131004

    ReplyDelete
    Replies
    1. It's true that Virtual and Face-to-Face are really good practice for knowledge sharing and exchange. Face-to-Face interaction is very useful in the stage of Socialization since shared experience requires physical Ba and knowledge will be generated. Virtual collaboration is also useful in both Externalization and especially Combination to externalize conceptual and systemized knowledge. As you mentioned, Virtual and Face-to-Face also affect the result of knowledge identification and and acquisition of KM process.

      Delete
  8. การตรวจสอบความรู้ที่มีอยู่ (Knowledge Audit) เป็น กระบวนการที่เกิดขึ้นเพื่อตรวจสอบดูว่ามีความรู้อะไรบ้างอยู่ในองค์กร และมีความรู้อะไรบ้างที่จำเป็นในการขับเคลื่อนองค์กรไปยังทิศทางของกลยุทธ์ ซึ่งควรแบ่งออกเป็น ความรู้ที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ และความรู้ที่จำเป็นต่อการพัฒนาองค์กรในอนาคต โดยผู้ตรวจสอบจะต้องสามารถระบุผู้เชี่ยวชาญที่มีอยู่ในองค์กร ต้องรู้ว่าจะหาบุคคลเหล่านี้ได้ที่ไหน และจะประเมินความรู้ที่มีอยู่ของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ได้อย่างไร แต่เพื่อให้เกิดความง่ายต่อการเริ่มต้น บางครั้งองค์กรอาจดำเนินการเพียงมองภาพความรู้พื้นฐานโดยรวมเท่านั้น สำหรับใช้เพียงเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการริเริ่มทำ KM ในองค์กร

    ์Nerisa 562132050

    ReplyDelete
    Replies
    1. Knowledge audit เป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ตรวจสอบความรู้ จับความรู้ วิเคราะห์ และสังเคราะห์ความรู้ขององค์กรได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ในกระบวนการ KM process เครื่องมือนี้จึงสามารถที่จะนำไปประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดีในขั้นตอนของ Knowledge identification and capture

      Delete
  9. Six Thinking Hats หรือ การคิดแบบหมวก 6 ใบ ขึ้น โดยแยกกรอบความคิดออกเป็นด้านๆ อย่างชัดเจน จากนั้นจึงวิเคราะห์หา เหตุผลภายในกรอบความคิดนั้นๆ อันจะช่วยพิจารณาสิ่งต่างๆ ได้ครอบคลุม และมีคุณภาพมากขึ้น
    เป็นเครื่องมือส่วนหนึ่งของ KM proces ผมคิดว่าอาจจะอยู่ใน 2 ขั้นตอน
    ข้้นที่ 2.การสร้างและแสวงหาความรู้ ( Knowledge Creation and Acquisition ) คือการสร้างความรู้ใหม่ แสวงหาความรู้จากภายนอก รักษาความรู้เก่า และกำจัดความรู้ที่ไม่ได้ใช้แล้ว
    และขั้นที่ 6. การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ ( Knowledge Access )
    การแบ่งปันความรู้ประเภท Explicit วิธีที่นิยม เช่น การจัดทำเอกสาร จัดทำฐานความรู้ หรือการจัดทำสมุดหน้าเหลืองโดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ทำสามารถเข้าถึงความรู้ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
    การแบ่งปันความรู้ประเภท Tacit สามารถทำได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความต้องการและวัฒนธรรมองค์กร ส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีผสมผสานเพื่อผู้ใช้ข้อมูลสามรถเลือกใช้ได้ตามสะดวก
    สาคร 572132004

    ReplyDelete
    Replies
    1. ถ้าผมจะออกข้อสอบ ผมจะให้ต้อมคิดและนำเสนอหมวกใบที่ 7 จะดีไหม??? การนำ six thinking hats ซึ่งเหมาะในการสร้าง team collaboration นั้น จึงอาจนำไปประยุกต์ใช้ในขั้นตอนของ knowledge identification และ knowledge sharing ของ KM process ได้

      Delete
  10. Challenge Sessions >>> คือระบบจัดการคน ให้หาแนวทางแก้ปัญหาในเขิงสร้างสรรค์ เป็นโครงสร้าง กรอบ ในการแก้ปัญหา เพื่อที่จะสร้างหรือเปลี่ยนแปลงแนวทางความคิดของกลุ่ม ช่วยแยกแยะปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน แต่ในแบบเปิดกว้าง เพื่อลดความกดดัน >>> ยกตัวอย่างเช่น ภายในองค์กรมีแนวคิดที่ปฏิบัติทำตามกันมา แบบเดิมๆ จนกลายเป็นวัฒนธรรม ดังนั้นจึงเกิดเป็นปัญหา ที่ทำให้องค์กรอยู่ที่เดิม ไม่มีการพัฒนา จึงต้องนำเอาระบบ Challenge Sessions เข้ามาแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ โดยผ่านขั้นตอนกระบวนการ ทั้งนี้อาจจะต้องมี Ceo ที่เก่งและเชี่ยวชาญเรื่องนี้ คอยควบคุม เพื่อให้การChallenge Sessions ไปในทิศทางที่ดี และสร้างสรรค์ เกิดประโยชน์ อาจจะกำหนดแรงจูงใจ เพื่อให้ทุกคนภายในองค์กร ตื่นตัว กระตือรือร้นพร้อมที่จะพัฒนาและเปลี่ยนแปลง.....
    Karnpitcha Wongsajam 572132011

    ReplyDelete
    Replies
    1. การท้าทายคนในองค์กร สามารถมองได้ทั้งในแง่บวกและลบ ทั้งๆ ที่แนวคิดเป็นเครื่องมือเชิงสร้างสรรค์เพื่อให้คนคิดหาแนวทางหรือความคิดใหม่ๆ ในการพัฒนางานของตนและองค์กร จึงเหมาะที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในขั้นตอนของ knowledge sharing และ knowledge application and use ได้

      Delete
  11. Social Network Analysis (SNA) คือหนึ่งในเครื่องมือ อีกหลายๆเครื่องมือที่ใช้ในการจัดการความรู้ ประเภท IT methods and tool โดยใช้ Soft ware ใน การสร้างภาพแผนที่และการวัดวิเคราะห์หาค่าความสัมพันธ์ระหว่างคน กลุ่ม องค์การ คอมพิวเตอร์ ทั้งภายในและภายนอก ช่วยให้เกิดความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน หา ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเพื่อที่จะดูทิศทางการไหลของความรู้จากคนที่กำลังหาข้อมูลและ ผู้ ซึ่งต้องการแบ่งปันข้อมูลหรือความรู้ และทำให้รู้ว่า คือ ใครทำงานที่ไหน ใครทำงานให้ใคร รายงานใคร ใครรู้จักใคร ใครเป็นผู้แบ่งปันข้อมูลและความรู้ให้กับใคร ซึ่งมีประโยชน์มากในกระบวกการ KM PROCESS เกือบจะทุกขั้นตอนของการ PROCESS ความรู้ แต่ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ในการ Identification and capture ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน ทุกต้อง และเป็นประโยชน์ ต่อไป

    ReplyDelete
    Replies
    1. ในที่สุดก็ comment ได้ซะที SNA เป็นเครื่องมือหนึ่งที่สามารถแสดงความสัมพันธ์ของเครือข่ายใน domain ที่เราสนใจเพื่อที่จะได้ทราบว่า ใครบ้างที่มีบทบาทที่สำคัญในเครือข่ายหรือเป็น domain expert เพื่อที่เราจะได้มุ่งเป้าไปที่คนเหล่านี้ในการจับความรู้หรือกระทำการใดๆ ต่อไป ดังนั้นในความคิดของผม SNA น่าจะประยุกต์ใช้ได้ดีในขั้นตอน Knowledge identification ของ KM process

      Delete